นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันที่ 4 พ.ย.นี้ มีวาระสำคัญในการพิจารณาราคาขายปลีกแอลพีจีเดือน พ.ย. ว่า จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร จากราคาเดือน ต.ค.อยู่ที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) โดยจะพิจารณาจากปัจจัยเงินบาท, ราคาเฉลี่ยคำนวณจากราคาหน้าโรงแยกก๊าซฯ เดือน พ.ย.ที่จะปรับราคาใหม่ตามข้อกำหนดปรับราคาเฉลี่ยใหม่ทุก 3 เดือน, ราคาหน้าโรงกลั่นและราคานำเข้า (ซีพี) ล่าสุดขยับขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 377 ดอลลาร์ต่อตัน จากเดือน ต.ค.ราคาซีพีเฉลี่ยอยู่ที่ 362 ดอลลาร์ต่อตัน
สำหรับสถานการณ์การใช้พลังงาน 9 เดือนปี 2558 พบว่า ความต้องการใช้พลังงานของประเทศไทยอยู่ที่ 2,646 พันบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันเพิ่มขึ้น 2.7% ซึ่งเป็นการผลิตในประเทศลดลง 0.6% ส่งผลให้นำเข้าเพิ่มขึ้นสุทธิ 7.8% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบที่ 882 พันบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 86% ของการจัดหา การใช้น้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ระดับ 142 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.8% ส่วนใหญ่เป็นการใช้ดีเซลเฉลี่ย 59.8 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซินเฉลี่ย 26.0 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนการใช้แอลพีจีเฉลี่ย 564,000 ตันต่อเดือน ลดลง 9.4% ทั้งในภาคครัวเรือน ปิโตรเคมี และขนส่ง การใช้เอ็นจีวีลดลง 2.6% หรือเฉลี่ย 8,094 ตันต่อวัน “ยอดใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น แต่การใช้แอลพีจี และเอ็นจีวีลดลง เนื่องจากการลดลงของราคาตลาดโลก ขณะที่ประเทศไทยมีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ซึ่งเริ่มสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ทำให้คนใช้รถหันไปใช้น้ำมันแทนก๊าซฯมากขึ้น แนวโน้มการใช้พลังงานขั้นต้นของไทยไตรมาส 4 ปี 2558 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ สนพ. ประเมินว่า เมื่อรวมกับสถานการณ์ 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปีนี้ ทำให้ตลอด
ทั้งปี 2558 การใช้พลังงานขั้นต้นคาดว่าอยู่ที่ 2,640 เทียบเท่าพันบาร์เรลน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.7%”.
ที่มา .thairath.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น