ไม่ได้เกรงใจทหาร หรือเกร็งกับสถานการณ์อำนาจพิเศษ
ตามฉากที่นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ได้เคลื่อนไหวในกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ “6 ตุลา 19” โดยนำหุ่นศพ 12 ตัว เป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตยของเมืองไทยที่ตายจากการโดนรัฐประหาร 12 ครั้ง มาวางประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภา
ประเดิมต้อนรับ “21 อรหันต์ทองคำ”
ภายใต้การนำของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่นัดประชุมคณะกรรมการฯ เป็นนัดแรก
และก็เป็นวันแรกที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทยอยเข้ารายงานตัวเพื่อรับตำแหน่งหน้าที่
และก็เป็นวันแรกที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทยอยเข้ารายงานตัวเพื่อรับตำแหน่งหน้าที่
นักศึกษาแสดงปฏิกิริยา กระตุกแรงเสียดทานทั้ง กรธ.และ สปท.
ในอารมณ์ต่อเนื่องกับปรากฏการณ์ต่อต้านโครงการ “ซิงเกิลเกตเวย์” ของกลุ่มพลเมืองชาวเน็ตที่รวมพลังในโลกโซเชียลมีเดีย เล่นงานจนเว็บไซต์หน่วยงานรัฐบาลล่ม
แนวโน้มกระแสจุดติดพรึบพรับ
จน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องออกมาเคลียร์กระแส บอกปัดทุกอย่างยังเป็นเพียงแค่แนวคิด ยังไม่เริ่มดำเนินการ
ดึงจังหวะถอย ถ้าละเมิดสิทธิมนุษยชนก็พร้อมเลิก ไม่ทำ
เอาเป็นว่า โดยปฏิกิริยานักศึกษา ปัญญาชนคนชั้นกลางที่ต่อต้านโครงการ “ซิงเกิลเกตเวย์” มันคือคลื่นใต้น้ำที่พร้อมกระเพื่อม เขย่าเรือแป๊ะได้ทุกเมื่อ
เป็นอะไรที่ไม่จำเป็น ท็อปบูตก็ไม่อยากท้าทายก็แล้วกัน
นั่นก็เพราะมันคือ “ของแสลง” อย่างแท้จริงของรัฐบาลทหาร คสช.
ตรงกันข้ามกับจุดที่ถูกมองเป็นแนวรบหลัก แต่ถึงตรงนี้ชักจะแผ่วลงเรื่อยๆ
ตามรูปการณ์ที่ศาลอาญาไม่รับฟ้องคดีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยื่นฟ้องอดีตอัยการสูงสุดกับพวกในความผิดอาญาฐานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม
กรณีที่ผู้ฟ้องอ้างว่า มีการเพิ่มเอกสารนอกสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอัยการสูงสุดเข้าไปในการสั่งฟ้อง
ล่าสุดอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยืนยันที่จะใช้สิทธิในขั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป
ไม่ยอมจำนนง่ายๆ
ซึ่งก็เป็นอะไรที่ตรงคอนเซปต์ ตามอารมณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงการต่อสู้ของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ บอกเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ทุกฝ่ายเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม
แตกต่างจากในอดีตที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ยอมรับ
การเข้ามาต่อสู้ในกรอบของกฎหมายดีกว่าเอาเรื่องภายในไปประจานที่ต่างประเทศ ทั้งที่เป็นเรื่องภายในของไทย
และก็ต่อเนื่องกันกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ที่บอกปัด ไม่รับมุกกระแสข่าวการเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เพื่อยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว
ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกกระบวนการยุติธรรม
นั่นก็ทำให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง หรือ “พี่โต้ง” ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ รีบโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Kittiratt Na–Ranong”
ยอวาทีแกมมัดคอ ดักทางกันตามเหลี่ยม
การที่พลเอก ประยุทธ์ ประกาศว่าจะไม่ใช้ ม.44ดำเนินการกรณีโครงการรับจำนำข้าวกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์นั้น ทำให้ผู้คนทั่วไปรู้สึกเป็นบวกกับความเป็นหัวหน้า คสช.ได้เป็นอย่างดี
แต่จะมีความสง่างามเป็นอย่างมาก หากนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ถืออำนาจของฝ่ายบริหารในการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช้การดำเนินการผ่านกลไกของกระทรวงการคลัง ด้วย พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ กับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์
สบช่องขอโอกาส เปิดทางหนีทีไล่กันตรงๆเลย.
ที่มา thairath.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น