ในที่สุด องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization : ICAO) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบินจากสหประชาชาติ (UN) ก็ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยในการออกใบอนุญาตทำการบินของประเทศไทยด้วยการปักธงแดงบนเส้นทางบินของประเทศไทยในเว็บไซต์ของ ICAO เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
หลังจากที่ผ่อนผันให้ กรมการบินพลเรือน (บพ.) ของไทยใช้เวลา 90 วันเพื่อแก้ไขปัญหาข้อท้วงติงเรื่อง “ข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยทางการบิน (Significant Safety Concerns : SSC)” โดยเฉพาะในการออกใบอนุญาตให้สายการบินต่างๆเพียง 9 เดือน เป็นจำนวนมากถึง 28 สายการบิน
ประกาศจาก ICAO ดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะ ผีซ้ำด้ำพลอย เพราะการปรับลดความน่าเชื่อถือนี้ อาจกระตุ้นให้สถาบันประเมินมาตรฐานการบินอื่นๆทั้งใน สหภาพยุโรป (EASA) สหรัฐฯ (FAA) ญี่ปุ่น (JCAB) ตลอดจนถึงหลายประเทศในโลก อาจมีปฏิกิริยาต่อสายการบินจากไทย โดยเฉพาะสายการบินแห่งชาติอย่าง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดทุน และกำลังต้องการความช่วยเหลือจากรัฐเพื่อฟื้นฟูกิจการ
ขณะที่การท่องเที่ยว คือ ดัชนีชี้วัดตัวเดียวที่จะประคับประคองเศรษฐกิจประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ หลังจากที่เครื่องยนต์ซึ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศทั้งการบริโภค การลงทุน การส่งออก และการใช้จ่ายภาครัฐ อยู่ในสภาวะถดถอย
ทีมเศรษฐกิจ ขอหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก้ปัญหา และ ทบทวนทิศทางการบินของประเทศอย่างจริงจังอีกครั้งก่อนที่การปักธงแดงของ ICAO จะทำให้ปัญหาบานปลายออกไปจนกระทบเป็นวงกว้างกับสายการบินของประเทศไทย และธุรกิจการท่องเที่ยวที่นำเงินตราเข้าประเทศปีละนับล้านล้านบาท
ย้อนภูมิหลังแห่งความล้มเหลว
จะว่าไป การที่ ICAO เข้ามาตรวจสอบการกำกับดูแลความปลอดภัยสากล ตามโครงการ Universal Safety Oversight Audit Program หรือ USOAP กับ บพ.ของไทย ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะหากย้อนภูมิหลังกลับไปจะพบว่า ICAO ได้แจ้งล่วงหน้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีว่า จะขอเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านการบิน แต่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 54 และวิกฤติทางการเมืองในปีต่อมา ทำให้ตรวจสอบได้จริงๆก็เมื่อวันที่ 19-30 ม.ค.58 นี้เอง
กระนั้นก็ตาม บพ.ไม่ได้มีกิจธุระใดเกี่ยวเนื่องกับการเมือง จึงมีเวลาเตรียมการล่วงหน้าหลายปี แต่ที่ผ่านมา กลับทำตัวเป็น “ทองไม่รู้ร้อน” ไม่คิดทำการบ้าน แก้ไขโจทย์ล่วงหน้า ทั้งเรื่องกำลังคน กฎหมาย และมาตรฐานการทำงาน จนที่สุดเดือน ก.พ.58 ก็ถูก ICAO ประกาศเชือดไทยสอบตกมาตรฐานการบินแบบไม่ต้องลุ้นเพราะคะแนนเต็ม 1,000 ข้อ บพ.ทำข้อสอบไม่ผ่านถึง 560 ข้อ ที่สำคัญ การทำงานของ บพ.อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพียง 35.6%...จัดว่าห่วยที่สุดในภูมิภาค เป็นรองแม้กระทั่งกัมพูชา เมียนมา และลาว
กระนั้น บพ.ก็ยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะ ICAO ไม่มีสิทธิห้ามไทยทำการบิน จนปลายเดือน มี.ค.58 เหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม สำนักงานการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB) ได้นำผลการตรวจสอบของ ICAO มาเป็นเกณฑ์สั่งห้ามเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Fligth) จากไทยบินเข้าญี่ปุ่น พร้อมทำหนังสือถึง บพ.ว่า ทุกสายการบินที่จะเข้าญี่ปุ่นจะขอเพิ่ม เปลี่ยนเส้นทาง หรือจุดหมาย และขนาดของเครื่องบินไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.58 เป็นต้นไป
เหตุการณ์นี้ ได้ทำให้ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายถึงกับนั่งไม่ติด ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ระส่ำระสายหนักโดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ไปญี่ปุ่น แม้รัฐบาลจะอาศัยความสัมพันธ์ขอผ่อนผัน แต่ก็ทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นก็ตาม กระทรวงคมนาคมในฐานะผู้รับผิดชอบก็ยังเชื่อว่า ความพยายามขอ “เกี้ยเซี๊ย” กับ ICAO จะง่ายกว่า การทบทวนการออกใบอนุญาตบินให้แก่สายการบินต่างๆหรือการทบทวนความรู้ความเข้าใจของบุคลากรใน บพ.เกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน
เมื่อถึงวันครบกำหนดผ่อนปรน 90 วัน ICAO จึงพิพากษาไทยด้วยการปักธงแดงบนเส้นทางการบินสากลทันทีในวันที่ 18 มิ.ย.58 ประจานความล้มเหลวของไทยลงในเว็บไซต์ของ ICAO ไปทั่วโลกเพราะ บพ.ไทยยังคงสอบตกในมาตรฐานการออกใบรับรองผู้เดินอากาศ (IOC) ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอยู่
แม้คณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางการบินของสหภาพยุโรป (EASA) จะออกประกาศไม่ซ้ำเติมหรือแบน สายการบินไทย ซ้ำให้เวลาไทยแก้ไขมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินไปอีกระยะ แต่กระนั้น บพ.ก็ใช่จะหายใจได้เต็มปอด เพราะต้องรอลุ้น สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ที่จ่อคิวเข้าตรวจสอบการบิน และแผนการแก้ปัญหา SSC ของไทยในวันที่ 13-17 ก.ค.นี้อีกครั้ง
ยิ่งทราบชัดว่า นายอาคม เติมพิทยาไพศิษฐ์ รมช.คมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้ไปร้องขอให้ ICAO ไม่ประกาศเหตุผลของการปักธงแดงแก่ไทยเพื่อชะลอการตัดสินใจของ EASA และ FAA ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ก็ยิ่งน่าพรั่นพรึงว่า ที่สุดถ้า บพ.ไม่ดำเนินการให้เป็นมาตรฐานสากล สายการบินไทยอาจไม่สามารถทำการบินไปยังประเทศอื่นๆได้เลย
ที่มา thairath.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น