(ภาพ: AFP)
นายอาบู โมฮาเหม็ด อัล-อัดดานี โฆษกของกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) แถลงผ่านวีดิโอที่โพสต์ลงในเว็บไซต์เมื่อ 13 ต.ค. เรียกร้องให้ชาวมุสลิมในทุกหนทุกแห่งทั่วโลกทำสงคราม “ญีฮัด” กับรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งกำลังทำสงครามศาสนากับชาวมุสลิม และว่ารัสเซียจะต้องพ่ายแพ้ ส่วนนายอาบู โมฮาเหม็ด อัล-โจลานี โฆษกของแนวร่วมอัล นุสรา สาขาของเครือข่ายอัล เคดา ในซีเรีย ก็ขู่ว่าถ้ากองทัพรัสเซียฆ่าประชาชนและทหารซีเรีย ก็ให้ฆ่าประชาชนและทหารรัสเซียตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
ข้อเรียกร้องของไอเอสมีขึ้นขณะรัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มไอเอสและ “กลุ่มก่อการร้าย” อื่นๆ ในซีเรียอย่างหนัก โดยรัสเซียเผยว่า ใน 24 ชั่วโมงหลัง โจมตีกลุ่มผู้ก่อการร้ายในซีเรียถึง 86 จุด ส่วนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ตำหนิสหรัฐฯว่าไม่ยอมร่วมมือกับรัสเซีย รวมทั้งการแบ่งปันข่าวกรอง ในการโจมตีทางอากาศในซีเรีย และว่าสหรัฐฯ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่มีเป้าหมายที่แน่ชัดในซีเรีย
ด้านนายแอชลีย์ คาร์เตอร์ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เผยว่า ผู้บัญชาการทหารสหรัฐฯและรัสเซียจะเจรจากันรอบใหม่ใน 14 ต.ค. เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการปะทะกันเองขณะต่างโจมตีทางอากาศในซีเรีย หลังเครื่องบินรบของทั้งสองฝ่ายบินเฉียดจนเกือบชนกัน และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในเร็วๆนี้
วันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศตุรกีเรียกเอกอัครราชทูตของสหรัฐฯและรัสเซียเข้าพบ เพื่อประท้วงกรณีที่ทั้งสองชาติส่งอาวุธและให้ความสนับสนุนต่อกองกำลังกบฏชาวเคิร์ดในซีเรีย กลุ่ม “พรรคเอกภาพประชาธิปไตย” (พีวายดี) ซึ่งเป็นสาขาของกบฏชาวเคิร์ด “พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน” (พีเคเค) ในตุรกี ด้านประธานาธิบดีเรย์เซป เทย์ยิป เออร์โดกัน แห่งตุรกี กล่าวว่า จากข่าวกรองบ่งชี้ว่า ผู้ก่อเหตุระเบิดพลีชีพ 2 ลูกถล่มการชุมนุมเรียกร้องสันติภาพในกรุงอังการาเมื่อเร็วๆนี้ มีผู้เสียชีวิต 97 คน มีต้นกำเนิดจากซีเรีย ซึ่งก่อนหน้านี้ ตุรกีระบุว่ากลุ่มไอเอสคือผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 แต่ยังไม่ตัดความเป็นไปได้อื่นๆ
ส่วนรัฐบาลจีนแถลงว่าไม่มีแผนส่งทหารไปซีเรียเพื่อช่วยรัสเซียสู้รบตามที่มีข่าว ขณะที่สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ของฮ่องกง ประกาศระงับเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าอิหร่านและทะเลแคสเปียน หลังสำนักงานความปลอดภัยด้านการบินยุโรป (อีเอเอสเอ) เตือนว่าอาจเกิดอันตรายจากจรวดหรือขีปนาวุธจากสงครามซีเรีย และว่าปัจจุบัน คาเธ่ย์ แปซิฟิค มีนโยบาย ระยะยาว ไม่บินผ่านน่านฟ้าอิรัก อัฟกานิสถาน ยูเครน และซีเรียอยู่แล้ว.
ที่มา .thairath.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น