เผลอๆจะเป็นช็อตเด็ดประจำปีเลยก็ได้
ตามฉากที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. โชว์ลีลามวยไชยา ฟาดแข้งซ้ายเข้าใส่ชายโครงนักมวยที่มาโชว์อีเวนต์ที่ทำเนียบรัฐบาล
เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากนักข่าวสาวน้อยสาวใหญ่ เล่นเอาหนุ่มๆฮือฮา
แต่เบื้องต้นเลย มันเป็นสีสันที่สลับฉากมาแทนที่อาการสงบปากสงบคำ
แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกกับนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์เลยว่า เรื่องสำคัญก็จะพูด ไม่สำคัญก็จะไม่พูดจะได้ไม่เพิ่มความขัดแย้ง เพราะว่าขัดแย้งประเทศจะเดินไปไม่ได้
และที่เห็นได้ชัด หลังจากนายกฯลดการสัมภาษณ์รายวันลงไปในระยะหลัง โดยการให้ “เสธ.ไก่อู” พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลง “สารจากใจนายกฯ” แทน
สื่อสารตรงถึงประชาชนตามแบบแผนทหาร ไม่มีช็อตแทรกหวือหวา
ไฮไลต์ข่าวการเมืองก็เคลื่อนไปจุดอื่น ประเด็นการเมืองรายวันก็แชร์กระแสกันไป
แทนที่จะโฟกัสอยู่ที่ “บิ๊กตู่” จุดเดียว
โดยจังหวะเปิดทางให้ปมร้อน เบียดแทรกเข้ามาชิงพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์
ตามปรากฏการณ์ “ล่อกันเอง” ในเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์
กับคิวบู๊ล้างผลาญที่นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติการเดินหน้าเปิดโปงขบวนการทุจริตคอร์รัปชันภายใน กทม.
ภายใต้การบริหารงานของ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ค่ายเดียวกัน
แฉแหลกรายการโกงทั้งการประมูลงานสร้างสวนสาธารณะ การจัดซื้อรถดูดเลน
ดูดไขมัน ไปยันการเรียกรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม.
แฉกันชัดๆถึงขั้นที่ว่ามีรองผู้ว่าฯ กทม.คนหนึ่ง บินเฟิร์สต์คลาสไปต่างประเทศทุกเดือน
ประกาศอย่างมั่นใจเลยว่า จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เอาผิดได้แน่
โดยการนี้มีการรับมุกส่งไม้กันกับจอมแฉอย่างนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดออกอากาศตั้งแท่นชงเรื่องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปลดนายอมร กิจเชวงกุล ออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.ที่บกพร่องต่อหน้าที่
และไม่พลาดกระแทกชิ่ง “คุณชายสุขุมพันธุ์” ที่ไม่เคยโผล่ไปพรรคเลย
ฟัดกันแรงๆให้เห็นร่องรอยร้าวลึกของคนยี่ห้อประชาธิปัตย์
เรื่องของเรื่อง “ของจริง” มันยังมีปมที่รุนแรงกว่าศึกล่อกันเองกับทีมงาน กทม.
ตามท้องเรื่องที่คนของม็อบ กปปส.ใต้ปีกของ “ทิดเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย
ทั้งนายถาวร เสนเนียม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวิทยา แก้วภราดัย นายอิสสระ สมชัย นายเอกณัฏ พร้อมพันธุ์ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์ นายชุมพล จุลใส ฯลฯ
ต้องเผชิญแรงต้านในการหวนกลับไปสวมเสื้อประชาธิปัตย์
ล้างคราบแกนนำม็อบ อาบน้ำแต่งตัวรอลงสนามเลือกตั้งรอบต่อไป
เพราะทีมงานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค มองว่า สถานะของแกนนำม็อบ กปปส.ติดภาพม็อบบนถนนไปแล้วจะเป็นจุดอ่อนให้พรรคประชาธิปัตย์โดนโจมตี
นิยมการเมืองนอกระบบมากกว่าเวทีสภา
และนั่นก็กระตุกปฏิกิริยาท้าวัดกำลังภายใน ใครจะแข็งแกร่งกว่า
ตามสถานะแท้จริง อิทธิพลของ “ทิดเทือก” ที่แม้จะประกาศล้างมือทางการเมืองเพื่อไปโหนงานปฏิรูป แต่เบื้องหลังนายสุเทพก็ยังแผ่บารมีคุมพรรคประชาธิปัตย์
เครือข่ายสายตรงยังอยู่กันแน่นค่าย
ล้อกับกระแสวงในกระเส็นกระสาย ความเคลื่อนไหวใต้ดินและบนดิน ทีมงานสายตรง “ทิดเทือก” พยายามบี้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บีบให้ “อภิสิทธิ์” กระเด็นตกเก้าอี้
ด้วยเหตุอ้าง ถ้ายังเป็นแม่ทัพเลือกตั้งใหม่ก็แพ้ ไม่มีทางชนะ
ทีม กปปส.ต้องออกแรงยึดพรรค เหนื่อยกันอีกรอบ.
ที่มา thairath.co.th
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น