วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558




ประมุข “21 อรหันต์ทองคำ” ไม่มีอะไรพลิกโผไปจากชื่อของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ 

และก็เช่นเดียวกัน ไม่มีอะไรให้ฮือฮากับรายชื่อ 200 สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหัวหน้า คสช.เซ็นชื่อรับรองประกาศออกมาพร้อมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

มันก็หนีไม่พ้นคนหน้าเก่าๆ ตรงตามหวยล็อกที่เก็งๆกันไว้

อันดับแรก “หน่วยปฏิบัติล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับนางงาม” ของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทั้งนายวันชัย สอนศิริ พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก พาเหรดติดโผมากันครบ

คิวนี้จะโดนมองเป็นการ “ตกรางวัล” ก็ไม่ผิดจากรูปการณ์สักเท่าไหร่

แต่ไฮไลต์ที่ถูกจับตาจริงๆก็คนพะยี่ห้อ “ทักษิณ”

ชัดเจนที่สุดคือรายของ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย แกนนำรัฐบาลพรรคไทยรักไทยระดับแถวหน้า ที่ต้องชะตากรรมโดนทหารตามประกบล็อกตัวหลังการรัฐประหารเดือนกันยายน 2549

จัดเป็นขุนพลคนสำคัญของ “นายใหญ่”

แต่เบื้องหลังที่รู้กันในหมู่คนวงใน ถึงวันนี้ พล.ต.อ.ชิดชัยกับอดีตนายกฯ

ทักษิณได้ “แตกคอ” กลายสภาพเป็นคนเคยรักไปแล้ว

งานนี้จึงนับเป็นโควตา “นายใหญ่” ไม่ได้ ถือเป็นการได้สิทธิส่วนตัว

ขณะที่นายสุชน ชาลีเครือ อดีตทีมงานคนสำคัญของ “ทักษิณ” ก็ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ตามเงื่อนไขที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ไว้ก่อนหน้า หากใครจะเข้าร่วมต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก่อน

สรุปตามสถานะล่าสุดของคนเคยรัก “ทักษิณ” ทั้ง พล.ต.อ.ชิดชัยและนายสุชน

ไม่มีคนของพรรคเพื่อไทย ไร้ตัวแทน “นายใหญ่” เข้าร่วมสังฆกรรม

ดูตามรายชื่อ สปท.ที่ออกมาส่วนใหญ่ก็ข้าราชการ อดีตข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ล็อกเสียงส่วนใหญ่ไว้พร้อมสำหรับกดปุ่มซ้ายหันขวาหัน

นอกนั้นก็แบ่งเศษๆเกลี่ยโควตา แจกให้ครบทั้งพรรคประชาธิปัตย์ อดีตพรรคร่วมรัฐบาล กลุ่ม กปปส. ม็อบพันธมิตรฯ เพื่อให้เกิดภาพความหลากหลาย

แบ่งอำนาจ แชร์เก้าอี้กันไปในหมู่คนที่ไม่เอา “ทักษิณ”

เป็นเครื่องมือประคองแรงกระเพื่อมในหมู่ขั้วอำนาจทั้งฝ่ายเดียวกันและขั้วตรงข้ามได้

แต่ที่กำลังกระเพื่อมแรงจนกระฉอกออกมาให้คนวงนอกรู้สึกได้ กับประโยค “หมูใจเย็นๆ”

ที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พี่ใหญ่ทีมบูรพาพยัคฆ์ เปิดกระจกรถตะโกนบอก “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ระหว่างเดินมาส่งพร้อมกับ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ.หมาดๆ

เป็นปรากฏการณ์ที่ล้อกับปมข่าวร้อนๆ ภายใต้ยุทธการ “ไล่รื้อดะ”

ตามคิวที่ พล.อ.ธีรชัย ได้สั่งระงับการปรับย้ายนายทหารกองทัพบกที่ พล.อ.อุดมเดช ได้ลงนามก่อนเกษียณอายุราชการ แม้แต่นายทหารคนสนิทของ “บิ๊กโด่ง” ก็ยังโดนเบรก

ไม่ใช่โผโยกย้ายแค่เท่านั้น ยังมีการสั่งรื้อ ปรับภูมิทัศน์ภายในกองบัญชาการกองทัพบกที่เพิ่งดำเนินการในสมัย พล.อ.อุดมเดช ใหม่ทั้งหมด

ชนิดที่ว่านักข่าวสายทหารยังอึ้ง ไม่ค่อยได้เห็นปรากฏการณ์เยี่ยงนี้

ที่แน่ๆ พล.อ.ประวิตร ต้องตอบคำถามนักข่าว 2 วันติดๆ บอกปัดข่าวความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.อุดมเดช กับ พล.อ.ธีรชัย ว่าไม่มีอะไร

ผบ.ทบ.คนเก่า และ ผบ.ทบ.คนใหม่คุยกันเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรหรอก อาจจะมีการเข้าใจอะไรผิดกัน ไปเขียนซะจนเหมือนทะเลาะกัน แต่เขาไม่ได้ทะเลาะกัน

เรื่องของเรื่อง “พี่ใหญ่” ต้องยืนยัน เหมือนส่งสัญญาณปรามในที

มันเป็นอะไรที่กลบไม่มิด อาการขบเหลี่ยมระหว่าง “บิ๊กโด่ง” กับ “บิ๊กหมู” ที่วงนอกรู้กันมาตั้งแต่ช่วงก่อนแต่งตั้ง ผบ.ทบ.คนใหม่ กั๊กกันจนวินาทีสุดท้าย ต้องให้ “พี่ป้อม” ทุบโต๊ะ

“สนิมเนื้อใน” จุดนี้ ได้แค่กลบ ลบยังไงก็ไม่หาย.

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น